SEVEN is โชห่วย

posted on 26 May 2011 15:39 by tofubear
 
 
           วันนี้ผมไป ที่อำเภอสามง่ามท่าโบสถ์ จังหวัดชัยนาทมา เนื่องด้วยเพราะแม่บอกว่าให้ไปเป็นเพื่อนในการทำธุระอย่างหนึ่ง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมไปที่อำเภอแห่งนี้ สถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ผูกพันกับความทรงจำของผมอย่างยาวนาน อำเภอเล็กๆที่อยู่ติดแม่น้ำท่าจีน และเป็นชุมชนคนจีนนี้ เป็นสถานที่ที่อากงและอาม่าอาศัยอยู่ในยามท่านยังมีชีวิต กระทั่งแพริมน้ำที่เป็นสถานที่พักอาศัยของทั้งสองท่านก็ยังคงอยู่ที่เดิมตรงนั้นมากว่าสิบปี แม้อาม่าจะเสียไปได้ห้าปีแล้วก็ตาม
 
 ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนกับที่ผมจำได้ 
 
ตรงฝากหัวถนนจะเป็นร้ายขายขนมร้านเดียวในแถบนี้ คนขายเป็นคุณยายวัยน่าจะหกสิบกว่าที่ป๊าบอกว่าให้ผมเรียกเขาว่า "อาอี๊ม่วย"  ไม่เพียงอี๊ม่วยเท่านั้นที่ผมต้องเรียกให้เหมือนญาติทั้งๆที่เป็นญาติกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ยังมีตั้งแต่คนขายก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาที่ป๊าบอกว่าให้เรียกว่า "โกเต้า" ยันเพื่อนบ้านที่ผมไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไรทุกคนผมต้องเรียกเหมือนญาติสนิททั้งสิ้น 
 
ผมเรียกพวกเขาเหล่านี้ ดุจดั่งญาติสนิทเสมอมา
 
    ป๊าจะชอบมาที่นี่ เพราะว่าอาโกของผมหรือป้าของผมนั้นก็ทำมาหากินเปิดร้านขายยาอยู่ที่นี่ และเหมือนจะเป็นร้านขายยาร้านเดียวในละแวกนั้น ผมจำไม่ได้ว่าผมมาที่นี่ครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่ แต่ทุกงานสำคัญเช่น ไหว้เจ้า สารทจีน จะต้องจัดที่นี่ ผมถึงได้ไปที่นั่นเป็นประจำ และเหมือนผมจะเล่นน้ำคลองครั้งแรกที่นี่ด้วย สถานที่แห่งนี้มีความทรงจำมากมาย และยังดีที่มันยังไม่หายไปไหน จะด้วยบุญกรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เจ้าของตลาดไม่ยินยอมซ่อมแซมตลาดสามง่ามให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไอ้ครั้นผู้อยู่อาศัยก็ไม่กล้าลงมือปะซ่อมกันเองด้วยความที่ว่าเป็นที่เช่า จะทำอะไรก็ไม่กล้า เลยยังคงปล่อยให้สภาพตลาดเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้นมากว่าสิบปี 
 
 กรรมของพวกเขา แต่บุญนะของผม
 
    ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิมแทบทุกประการ ห้องแถวไม้ที่เป็นสักขีพยานวัยเด็กของผมยังคงอยู่ที่เดิมและได้บ่งบอกความทนทานและอายุการใช้งานของมันผ่านสภาพเนื้อไม้และสีที่ซีดจาง ถนนหนทางยังคงเป็นเหมือนเดิม สะพาน น้ำ มีเพียงสิ่งเดียวที่ผ่านไปคือ อาม่าที่รักของผมไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้ว และแพที่เป็นไม้นั้น ตอนนี้ถูกปรับปรุงขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่า "ไม่ซ่อมก็พัง" ของเตี่ย
 
     นอกจากห้องแถวต่างๆที่เป็นสักขีพยานวัยเด็กของผมแล้ว ยังมี "ร้านเจ๊ม่วย"ของชาวบ้าน หรือ "ร้านอี๊ม่วย" ของผม ที่ยังคงเป็นสักขีพยานวัยเด็กของผมจวบจนปัจจุบัน อ้อ และที่สำคัญ ร้านนี้ยังเป็นสักขีพยานวัยเด็กของเตี่ยของผมด้วย 
     ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด จะบรรยายให้เห็นภาพหน่อยคือเด็กบ้านนอก ผมเคยถูกเพื่อนที่เรียนพิเศษในกรุงเทพถามว่าบ้านนอกขนาดไหน ผมเคยบอกกับเพื่อนที่เป็นคนกรุงเทพในสมัยมัธยมต้นที่เดอะเบรนว่า "ก็บ้านนอกพอที่เซเว่นไม่กล้าเข้าไปเปิดอะ เปิดก็เจ๊งอะ"
      เพราะว่าไม่มีเซเว่น ผมก็เลยโตมากับ ร้านโชห่วย 
 
       ในชีวิตของผมมีร้านโชห่วยที่สำคัญอยู่สองร้านคือ ร้านเปีย กับ ร้านอี๊ม่วย 
 
      ร้านเปีย คือร้านขายขนมเพียงไม่กี่แห่งในตำบลที่ผมอาศัยอยู่ในสมัยที่ผมเป็นเด็ก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางฮวงจุ้ยหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่า มินิมาร์ทกี่แห่งจะขึ้น ก็ขายสู้ร้านเปียไม่ได้ ชื่อร้านมาจากคนขายคือป้าเปีย ผมจำได้ว่าในวัยเด็กผมหมดเงินไปกับร้านนี้ในการซื้อขนม โดริโทส เพื่อเอาเหรียญโปเกม่อน หลายตังค์อยู่ จนตอนหลังป้าเปียเจ้าของร้านก็เซ้งร้านให้กับผู้หยิงคนนึง ผู้หญิงคนนั้นก็ทำกิจการต่อจากร้านเปียแต่หลังจากนั้นก็ขายต่อเป็นร้านกีตาร์เครื่องเสียง เครื่องดนตรี อะไรมั่วไปหมด 
 
      ส่วนร้านอี๊ม่วยนั้น เป็นร้านที่เจ้าของร้านหรืออาอี๊ม่วยนี้เป็นคนเฒ่าคนแก่ในตำบลที่ป๊าผมรู้จักดี เพราะป๊าอาศัยอยู่ที่ตลาดสามง่ามมาตั้งแต่เด็ก อี๊ม่วยเหมือนจะเป็นคนแถวนั้นสมัยตลาดยังไม่มีกระทั่งถนน และก็เพราะเหตุผลนี้เองกระมัง ในสมัยเด็กเวลาผมขอเงินป๊าไปซื้อขนมร้านอี้ม่วย ป๊าไม่เคยอิดเอื้อน และมักจะให้มากกว่าไปซื้อขนมที่อื่น และผมก็ชอบซื้อขนมที่ร้านนี้ เพราะอี้ม่วยใจดี และที่สำคัญมักจะชอบแถมโน่นแถมนี่ให้ผมอีกด้วย 
ผมซื้อของทุกอย่างในร้านของอี้ม่วย ตั้งแต่ขนม ยันบุหรี่ให้ป๊า และในความทรงจำของผม โอวัลตินที่อี้ม่วยชงก็อร่อยไม่แพ้โอวัลตินของอาม่า(ฝ่ายแม่)ผมชง ผมเรียกร้านอี้ม่วยว่าร้านขนมมาตลอด จนพอโตมารู้ว่าร้านแบบนี้เขาเรียกกันว่า "โชห่วย" 
 
      โชห่วย เป็นคำที่มาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน สำหรับเรียกร้านขายของชำ สะดวกซื้อ สารพัดสิ่ง ที่มักมีลักษณะอยู่ในตึกแถวหนึ่งห้อง โดยมากเป็นกิจการเล็กๆ กิจการในครัวเรือน สร้างรายรับเล็กๆ น้อยๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน ลดน้อยลงไปมาก เพราะความที่เป็นกิจการเล็กๆ ในครัวเรือน จึงอาจจะมีสภาพเก่า เชย ไม่แตกต่างจากร้านสมัยโบราณ และมีคู่แข่งที่เป็นร้านสะดวกซื้อ ติดแอร์ เปิดตลอดวัน มาแข่งขัน (wikipedia) 
 
      น่าเสียดายนะครับ ทุกวันนี้เด็กในสมัยนี้จะโตมากับ เซเว่น อีเลเว่น มากกว่าร้านเปียและร้านอี้ม่วย เสียงต้อนรับ "เซเว่นสวัสดีค่ะ" และ "รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมค่ะ" ที่ผมได้ยินนั้น สำหรับผม มันไม่เสนาะหูเท่ากับ "เอาไรละพร้อม?" และ "เอานี่ไปกินเปล่า?"  แอร์เย็นๆกับพนักงานหน้าตาสะสวยในเครื่องแบบ ไม่สวยงามเท่ากับอาอี้คนนึงที่เดินไปเดินมาและทักทายผมด้วยรอยยิ้มที่มาจากหัวใจ บรรยากาศในร้านและของที่แขวนอยู่ตามขื่อคา ยังไม่รวมขนมบางถุงที่หยิบมาก็ฝุ่นเกาะนั้น โดยรวมแล้วร้านโชห่วยก็ไม่มีทางไหนเทียบเท่ากับคุณภาพของร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่น อีเลฟเว่นได้ หากแต่ร้านโชห่วยนี้มีสิ่งหนึ่งที่เซเว่นอีเลเว่นไม่มีและผมไม่คิดว่าร้านสะดวกซื้อที่ไหนจะมีได้ นั่นคือ "หัวใจ" 
 
      อี้ม่วยขายของตรงนั้นมาเป็นสิบปี โดยเวลาสิบปีดังกล่าวนี้ไม่จำเป็นต้องหาหลักฐาน เพราะผมอยู่พิสูจน์ความเก่าแก่ยาวนานของร้านด้วยตัวเอง ดีไม่ดีร้านนี้จะมากกว่าสิบปีเสียอีก เพราะในภาพความทรงจำของผมกับร้านอี้ม่วยนี้ ไม่เคยมีตอนไหนเลยที่รู้สึกว่าร้านอี้ม่วยใหม่ ภาพความทรงจำของร้านตรงหัวมุมถนน ที่เก่า และบรรยากาศอึมทึม และคนขายของซึ่งเป็นคนจีนวัยชราท่านนึง ที่รอยยิ้มมีเสมอให้กับลูกค้า อี้ม่วยคนนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมตลาดอย่างกลมกลืน เป็นชาวตลาดคนหนึ่ง เหมือนกับอีกหลายสิบครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น 
 
       ย้อนกลับมา ผมขอถามว่า เซเว่น จะสามารถกลมกลืนกับสังคมได้ถึงเพียงนั้น? สามารถกลมกลืนกับวิถีชีวิตของสังคมได้จริงหรือ? 
 
คำว่า"เซเว่นสวัสดีค่ะ" ของพนักงาน สามารถสื่อถึงความตั้งใจบริการได้จริงหรือ?
 
"รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมค่ะ?" ที่ถามออกมา เขาแคร์เราจริงหรือว่าเราหิว?
 
พนักงานที่หน้าเคาเตอร์ที่ยืนกันให้สลอน และยิ้มแย้มกับลูกค้า นั้น รอยยิ้มนั้นเป็นของจริงที่ออกมาจากหัวใจหรือ?
 
    ลองนึกย้อนไปว่า ชีวิตของท่านนั้นผ่านเซเว่นมากี่ร้าน พนักงานมากี่ร้อย ยังไม่รวมถึงสเลอร์ปี้กี่แก้วที่ท่านบรรจุลงกระเพาะอาหารไป กี่มื้อของชีวิตที่ต้องฝากไว้กับเซเว่น คำตอบของพวกคุณคงเป็นเลขสิบ บางคนอาจถึงร้อยร้าน 
     ในร้อยร้านนั้น มีร้านไหนบ้าง ที่ท่านคิดว่า เขาบริการออกมาจากหัวใจ? 
 
      ผมไม่ได้บอกว่าเซเว่นไม่ดี แน่นอน เซเว่นดี เซเว่นดีกว่าโชห่วยเสียอีก ท่านทั้งหลายคงไม่สามารถหาของกินแบบที่ท่านสามารถหาในเซเว่นได้เหมือนโชห่วย แต่โชห่วยก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราลืมเลือนไปแล้ว 
       หลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราปล่อยให้มันสูญหายไปตามกาลเวลา อย่างน้อยๆสิ่งๆนี้ก็อย่าปล่อยให้มันสูญหายไปเพราะสิ่งที่เรียกว่า "เซเว่นอีเลฟเว่น" เลยนะครับ 

Comment

Comment:

Tweet

...บ้านผมมีทั้งร้านขายของชำทั้งเซเว่น...

แอบเสียดายร้านขายของชำบางร้านเหมือนกันครับ...

เราเคยไปเจอใครหลายๆคนที่นั่น

ไม่เหมือนกับเซเว่น...

อานะ แต่ละอย่างก็มีข้อดีในตัวมันเอง...

ก็คงต้องวมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนั่นแหลๆ

#3 By I am DangerousFox on 2011-06-04 11:43

เทอเขียนได้ใจ เจ้ แม่ค้าโชห่วยไปเต้ม ๆ

สรรพสิ่งในโลกมี แต่ความเปลี่ยนแปลง

ร้าน จี้ช้อย ที่สามย่านตรงข้ามจุฬา ยังต้องหายไป

sad smile Hot! Hot! Hot!

#2 By ปิยะ99 on 2011-05-30 07:28

เมื่อก่อน หน้าหมูบ้านเรามีร้านขายของชำ มีป้าจีนๆคนนึงขายอยู่ ใครๆก็เรียกเจ๊ร้านชำ สิบห้าปีผ่านไป เจ๊ซื้อบ้านในหมู่บ้านอยู่เพราะลูกเรียนจบหมดแล้ว ส่วนร้านขายของชำก็นะ ไม่ต้องถามว่ากลายเป็นอะไร...

Hot! Hot! Hot!

#1 By Opalyn's on 2011-05-28 22:51